คนรุ่นใหม่ยิ่งเฉพาะยุคเจอเนเรชั่น Xและ Y อยากประสบความสำเร็จกันเร็วๆ ทั้งนั้น ว่าไปมันไม่ใช่เรื่องแปลกในยุคนี้ โดยเฉพาะการดิ้นรนอยู่ในเมืองหลวงที่นับวันค่าครองชีพก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จนมีคนแซวกันว่ารุ่นผมอาจได้เห็นก๋วยเตี๋ยวและข้าวมันไก่หลักร้อยต่อหนึ่งชามและจานซึ่งเอาเข้าจริง มันก็ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วครับ

ผมเติบโตมากับพัฒนาการด้านราคาของอาหารการกินที่เปลี่ยนแปลงขึ้นไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ข้าวมันไก่หน้าบ้านห่อละ 15 บาท จนตอนนี้ 30-35 บาท หรือแม้กระทั่งร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่ผมกินตั้งแต่ประถมจากชามละ 10 บาท จนปัจจุบัน ชามละ 25 บาท แต่ปริมาณการให้ก็ต้องเพิ่มสูงขึ้นไปด้วยเช่นกัน ราคาวินมอเตอร์ไซต์ก็เช่นกัน ราคมเพิ่มขึ้นตามราคาของพลังงานอย่างน้ำมันและโซฮอล์ที่เติมกันอยู่ทุกวัน

ดูเหมือนที่เขียนมาทั้งหมดจะเข้าเรื่องเศรษฐศาสตร์เลยนะครับ จริงๆ แล้วศาสตร์ทุกอย่างอยู่รอบตัวเรา หากเรายังคงเป็นนักศึกษาอยู่เสมอไม่ว่าอายุเท่าไหร่ ถ้ายังศึกษา สังเกตและวิเคราะห์อยู่เสมอ ชีวิตก็มักจะมีอะไรมาให้ขบคิดเสมอ แม้บางครั้งจะน่าปวดหัวบ้าง สนุกบ้าง หวาดเสียวบ้าง แต่ลองคิดดีๆ แล้ววงจรศาสตร์ต่างๆ เราล้วนเป็นหนึ่งในวงจรนั้นเสมอ ไม่เป็นผู้เกี่ยวข้องทางตรงก็ทางอ้อม

พูดถึงเรื่องการรีบประสบความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ตั้งแต่บรรทัดแรก หลายปีให้หลังผมสังเกตเพื่อนๆ ตัวเป็นๆ และเพื่อนๆ ในโลกออนไลน์ของผม ซึ่งอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 25-30 ปี ถือเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการจะสร้างเนื้อสร้างตัวที่สุด หากเทียบกับนักกีฬาฟุตบอลแล้ว ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อของร่างกายและประสบการณ์ที่ผ่านสนามการแข่งขันต่อการทำงานมาแล้วระยะหนึ่งอย่างน้อยก็ต้องมีซัก 2-3 ปี เป็นช่วงที่บางคนเริ่มเห็นตัวตนและความฝันของตัวเองที่ชัดขึ้น

หนทางสู่การประสบความสำเร็จที่สามารถตีตราได้อย่างมีตัวตนคงหนีไม่พ้นทรัพย์สินทางตัวเลข เพื่อนหลายคน ทำงานประจำไปด้วยและขายของเป็นอาชีพเสริมไปด้วย ภายใต้ความขยันแรงม้ากำลังสอง นับเห็นหนทางที่ดีที่ดูเหมือนการชขายเครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า เครื่องประดับโทรศัพท์มือถือ เช่น ที่ชาร์ต, เคสปกป้องโทรศัพท์ลวดลายต่างๆ  ฯลฯ กลายเป็นตลาดที่บูมมาก(จนเกินไป) หันไปทางไหนก็เห็นแต่เพื่อนๆ ขายของในตลาดเหล่านี้ แถมมีการห่ำหั่นกันทางด้านราคาและการบริการทางด้านการจัดส่งการขายเพื่อเพิ่มความแตกต่างต่อคู่แข่งที่เหมือนกัน สรุปเท่าที่เห็นอาชีพเสริมส่วนใหญ่ของคนวัยหนุ่มสาวจะเป็นการสร้างทรัพย์สินในลักษณะการมีต้นทุนทางความคิดที่คล้ายกันไปหมด บางเจ้าที่ผมเห็นก็เริ่มปิดตัวไปเหมือนกัน เพราะทนต่อสภาพการแข่งขันไม่ได้ เจ้าที่ยังคงขายอยู่ อาจมีลูกค้าประจำที่เหนียวแน่น จากการมีสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาเหมาะสม การบริการดีและมีความสดใหม่มาให้เลือกสรรอยู่เสมอ

แฟนของผมเคยอยากเพิ่มรายได้พิเศษด้วยการขายของในลักษณะนี้ ผมเห็นด้วยต่อความตั้งใจ แต่ความคิดต้องหยุดชะงักเมื่อตั้งคำถามว่าจะทำอะไรและสิ่งที่จะทำมีความรู้หรือความชอบหรือเปล่า คำตอบที่ได้คือไม่แน่นอน สุดท้ายปลายทางของอาการฝันหวานที่อยากจะมีรายได้เสริมแบบคนอื่นๆ บ้างอาจเข้าไปอยู่ในระบบขายทอดตลอดแห่งความฝัน(กลางวัน) เพราะเมื่อลงทุนอะไรซักอย่าง มันมักจะต้องมีภาระและหน้าที่บวกกับปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างตามมาเป็นกระบวนการ เช่น การซื้อรถหนึ่งคัน ต้องมีค่าน้ำมัน ค่าล้างรถ ค่าดูแลรักษา ค่าประกัน เป็นต้น ดังนั้นต้นทุนของคนซื้อรถต้องมีปริมาณที่มองระยะยาวแล้วเราไปไหว ความฝัน ความรู้ ความสนใจและความอยากมีรายได้เสริม ผมคิดว่าคงคล้ายกัน

การสร้างรายได้เสริมของคนรุ่นใหม่ที่ผมเห็นฮิตกันและพูดกันหนาหูมากมาย คือ การเล่นกองทุนและเล่นหุ้น ผมเองเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจต่อการลงทุนในลักษณะนี้ อาจเพราะเป็นกระแสจากบุคคลและสื่อต่างๆ ที่เทความสนใจต่อการลงทุนในลักษณะนี้ รวมถึงการเน้นคำว่า “เล่นหุ้นแล้วรวยเร็ว” อาจทำให้ใครหลายคนอยากรวยบ้างเลยสนใจที่จะมาลงทุนพร้อมกับทรัพย์สินที่มีอยู่ ผมเองเป็นคนเล่นหุ้นไม่เป็น แต่ก็พอรู้มาบ้างว่าใครเป็นเจ้าพ่อหรือบุคคลต้นแบบในวงการ เพราะมองว่าตลาดหุ้นคงเหมือนท้องฟ้าในยามค่ำคืนของเมืองหลวง เมื่อแหงนหน้าไปเรามักจะเห็นดาวอยู่ไม่กี่ดวงที่เปล่งประกายอยู่ นอกนั้นดางดวงอื่นอาจมีแสงสว่างไม่เพียงพอต่อการเปล่งผ่านชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซต์

หลายวันก่อนผมลอง โหลดเกม TRADE HERO มาเล่นซึ่งเป็นแอพริเคชั่นให้บุคคลที่สนใจหรือชื่นชอบการเล่นหุ้นมาเล่นกัน โดยหุ้นในเกมนั้นเป็นหุ้นที่มีอยู่จริงและราคาก็ขึ้นลงตามตลอดของจริง มีเวลาปิด – เปิด เหมือนจริงหมด โดยผู้เล่นจะมีต้นทุนต่อการเริ่มเล่นอยู่ 100,000 เหรียญ เทียบเงินไทยน่าจะประมาณ 3 ล้านได้มั้งครับ

ผมลองเล่นมาประมาณ สองอาทิตย์กว่าๆ แล้ว แม้หุ้นจะมีไม่หลากหลายมากเท่าของจริง แต่มันก็สอนถึงความไม่แน่นอนต่อผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีความฝันหวานอยากรวยเร็วๆ ยิ่งการสร้างพอร์ทได้กำไรมากขึ้นเท่าไหร่ ความคิดต่อการเล่นหุ้นในโลกแห่งความเป็นจริงว่าหากเราเล่นแล้วน่าจะรุ่งก็มากขึ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วคงแต่ต่างกันสิ้นเชิงครับ เพราะอย่างน้อย เงินที่ถืออยู่ไม่ใช่ของจริงและกระบวนการตัดสินคงจะอยากกว่านี้แน่นอนหากเป็นของจริง นักเล่นหุ้นหลายคนเน้นการลงทุนที่สูงต่อหุ้นหนึ่งตัวและมีการซื้อขายในลักษณะซื้อเช้าขายเย็น เพื่อสร้างผลกำไรที่รวดเร็ว

ความรวดเร็วต่อการสร้างผลกำไรคงไม่แตกต่างกับวัยของผมและเพื่อนอีกหลายคนที่อยู่ในช่วงโหยหาการประสบความสำเร็จทางทรัพย์สิน ยิ่งหุ้นขึ้นยิ่งได้ใจ ยิ่งขึ้นยิ่งเทต้นทุนหมดตัก จนในที่สุดเมื่อหุ้นตกเราก็หมดตักได้เหมือนกัน หมดทั้งทุน กำลังใจและความไม่เชื่อมั่นในตนเอง

แม้เป็นแค่เกมแต่มันสอนอะไรหลายๆ อย่าง หากเราเอาช่วงที่เราผิดพลาดกลับมานั่งวิเคราะห์ดูว่าทำไมราคาถึงตก ทำไมราคาถึงขึ้น ทำไมเราถึงต้องซื้อตัวนี้และขายหุ้นไปในราคาเท่านี้ และมีอื่นๆ อีกมากมายที่ เราต้องกลับมาถามตัวเองว่าการมีทรัพย์สินที่มีปริมาณมากมันจะอยู่กับเราไปตลอดหรือไม่ หากเราไม่รู้จักปริมาณความรู้ของตัวเองที่มีอยู่และการขยันที่จะวิเคราะห์ สังเกตการณ์และเติมความรู้เพื่อสร้างปัญญาต่อสิ่งที่เราสนใจที่จะลงทุนเพื่อประสบความเร็จในวันข้างหน้า

ถ้าเรามี ทรัพย์สิน + ปัญญา ในเรื่องที่เราสนใจ ความยั่งยืนในการที่จะประสบผลสำเร็จคงจะมีไม่ยาก แม้จะมีปัญหาเข้ามาท้าทายในช่วงจังหวะของชีวิตบ้าง แต่เราจะมีกระบวนการและภูมิต้านทานต่อความรู้ที่เรามีอยู่มากกว่าทรัพย์สิน คนแบบนี้ผมมองว่าจะเป็นคนที่หล่อ สวยและฉลาด ในกรณีที่มีทรัพย์สินทางปัญญา แต่คนที่มีทรัพย์สินอย่างเดียวและลงทุนเพื่อตอบสนองความอยากเท่านั้น นับวันรอความหล่อ ความสวย ค่อยๆ ถูกแรงดึงดูดของโลกดึงลงไปให้ราคาตกจนหมดทรัพย์สิน

ดังนั้นความยั่งยืนสำคัญมากครับ

อย่าว่าแต่การขายของ การเล่นหุ้นเลยครับ กระบวนการต่อสิ่งเหล่านี้ ในชีวิตเรายังมีความคล้ายคลึงต่อกระบวนการแบบนี้เหมือนกัน เช่น หน้าที่การงานที่เรามีโอกาสเติบโตไว้กับที่ทำงานนี้ได้จนเกษียณ, สถานที่ทำงานที่อำนวยความสะดวกต่อการไปทำงาน, ความมั่นคงของระบบงาน, เพื่อนร่วมงานที่ดี, ผลการตอบแทนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดแม้จะสวนทางต่ออายุของเราที่กำลังลดน้อยลงทุกปีๆ

ไม่ว่าจะขายของ เล่นหุ้น องค์กรหรือบริษัทที่เราทำงานอยู่ ผมมองว่ามีกระบวนการที่คล้ายกันต่อจุดหมายปลายทาง คือ กำไรของชีวิต ซึ่งกำไรที่ว่านี้คงแล้วแต่หลายคนจะนิยาม เพราะเชื่อว่ามันคงมากกว่าทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวครับ

ทั้งหมดทั้งมวลต่อความต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ผมมองว่าโดยมาก ช่วงของชีวิตมักจะมีบางอย่างที่เรามีเต็มที่ บางอย่างที่เราขาดเต็มที่ สรุปง่ายๆ คือ บางครั้งมันไม่เกิดความสมดุล

หลายคนบอกว่า

คนวัยหนุ่ม มีพลังต่อการสร้างสรรค์มากมาย แต่ ขาดทุนทรัพย์ที่มากพอ

  คนวัยทำงาน เริ่มมีทุนทรัพย์ แต่ไม่มีเวลา

คนวัยเกษียณ มีทุนทรัพย์และเวลาเต็มที่ แต่ไม่มีแรงเสียแล้ว

บางครั้งการเร่งรีบที่จะประสบความสำเร็จในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต มันอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จเลยก็ได้ หากเรามานั่งดูช่วงหนึ่งของชีวิตว่าเราขาดอะไรไป เหมือนกับวัยรุ่นขับรถในช่วงแรก เรามักจะเหยียบคันเร่งเพื่อไปให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด โดยอาจไม่ได้สังเกตดูน้ำมันที่อยู่ในถังและความงามระหว่างทาง ในขณะที่ผู้ใหญ่จะมีความรอบคอบต่อตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทางเพื่อไปยังที่หมายและคนสูงอายุจะค่อยๆ ขับ เพราะมีประสบการณ์มากมายบนท้องถนนและเห็นความสวยงามระหว่างทาง แม้จะใช้ระยะเวลาต่อการเดินทางไปยังที่หมายมากกว่า

การสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตให้ดีด้วยการมีทรัพย์สินเป็นสิ่งที่ดี ถือว่าเราเติบโตไปพร้อมกับระบบทุนนิยมที่ทำให้เราต้องเหนื่อยขึ้นต่อการใช้ชีวิต หรืออีกมุมหนึ่งแม้เราจะไม่มีวัฒนธรรมการต่อสู้หาเงินด้วยตนเอง หากเทียบกับเด็กตะวันตกแล้ว อย่างน้อยความอยากมี อยากเป็น มันก็ทำให้เราหรือนักลงทุนทั้งขายของ เล่นหุ้น และการใช้ชีวิต ได้เห็นสิ่งต่างๆ มากมายต่อการได้ลงมือทำ

กำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง เจ๊งบ้าง ขยายตัวบ้าง

ผมว่าสิ่งเหล่านี้คือ การประสบความสำเร็จในขั้นแรกที่ทำให้เราหลายคนเริ่มรู้จักกระบวนการวางแผนต่อเรื่องต่างๆ มากมาย

เพราะชีวิตไม่ใช่แค่การลงทุนอย่างเดียว อย่าลืมสิครับ การลงทุน มันตามมาด้วยผลกำไรและขาดทุน

ทั้งหมดมันอยู่ภายใต้ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่จะทำให้เราก้าวเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

แม้ท้องฟ้าจะมืดซักแค่ไหน แสงสว่างจากดาวดวงนั้นยังคงส่องสว่างให้ใครหลายคนได้เห็น

 

 

edit @ 28 Mar 2013 14:27:06 by OHM

Comment

Comment:

Tweet

Like.... ชีวิตคือการเดินทางที่ยาวไกล

#1 By ---INFINITY--- on 2013-04-27 21:09